rss
email
twitter
facebook

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

FINAL PROJECT ll ศิลป์พำนัก รักษ์เกาะเกร็ด ll

             วัตถุประสงค์       เพื่อให้นิสิตฝึกฝนในการออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์สำหรับที่พักอาศัยขนาดเล็ก ที่เหมาะสมกับประเภทและพฤติกรรมของผู้ใช้สอยอาคาร และมีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ตั้งโครงการ โดยทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากโปรแกรมสังเคราะห์และตั้งสมมุติฐาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการออกแบบที่ว่างทางสถาปัตยกรรม สามารถดำเนินการออกแบบร่างขั้นต้นและพัฒนาไปจนกระทั่งเป็นแบบขั้นสุดท้ายได้


             ผ่านพ้นจากโปรเจ็ค Shop house โปรเจ็คที่เหมือนสนุก(แต่ไม่สนุกอย่างที่คิด) มาถึง Final Project ศิลป์พำนัก รักษ์เกาะเกร็ด ให้ระยะเวลาในการทำงานนานมาก

             มีให้ไปทัศนศึกษาถึงสองที่ด้วยกันได้แก่ V64 เพื่อไปเก็บความรู้ในเรื่องของประติมากรรมต่างๆหลากหลายประเภท รวมถึงพฤติกรรม และกิจกรรมของจิตกรผู้สร้างประติมากรรมที่ต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน การเก็บข้อมูลได้มาพอสังเขปดังนี้

                โครงสร้างตัวบ้าน         
                         
                            -  สูง  <<<เพื่อที่จะได้รับแสงเข้ามา (แสงจำลอง-->ติดตั้งแสง ex. ส่องของใต้)

                            -  กว้าง <<<พื้นที่ว่าง

                            -  ทึบบ้าง/โปร่งบ้าง >> เพื่อแขวนภาพวางผลงาน/เพื่อรับวิว 

                            -  โครงสร้างแข็งแรง <<<รับน้ำหนักของประติมากรรมได้จริง

                พื้นฐานความเป็นอยู่และทำงาน

                             -  อากาศ ให้เหมาะสม ลมไม่แรงเกินไป แดดไม่แรงเกินไป ไม่มีฝุ่น ถ่ายเทดี (เพื่อการสร้างงานเพราะติดเครื่องปรับอากาศไม่ได้ จะจำกัดกับงานบางประเภท)

                             -  ซักล้าง สำคัญใช้ในการแก้งาน ล้างอุปกรณ์ ต้องมีพื้นที่

                             -  พื้นที่ทำงาน ทำสกปรกได้ไม่ต้องทำความสะอาด หรือทำเลอะแล้วไม่เสียหาย

             
                 เมื่อวิเคราะห์ในส่วนของ user ของศิลปินที่มีความหลากหลายและมีกิจกรรมที่ต้องใช้พื้นที่และลักษณะเฉพาะพิเศษเสร็จสิ้น ก็มาวิเคราะห์ในส่วนของผู้อยู่อาศัยที่เป็นครอบครัวของท้องถิ่นให้ศิลปินมาพักผ่อน
         
                 การทัศนศึกษาครั้งต่อไปคือสถานที่ที่ได้รับเป็นโจทย์อยู่ใน เกาะเกร็ด ได้เข้าไปศึกษาสถานที่โดยการสัมภาษณ์คนที่อาศัยอยู่ ศึกษาเส้นทางของเกาะเกร็ด และดูบริบทวงกว้างจากการล่องเรือ ได้รับโจทย์เป็น site 2 ติดกับแม่น้ำใหญ่

                 หลังจากนั้นก็เริ่มส่งบทวิเคราะห์ของuserและsite เพื่อพัฒนาเป็นแบบบ้านต่อไป



        แมสโมเดลตอน sub jury

                  หลังจากที่ตรวจ sub jury โดนแก้ไขในเรื่องทางเดิน และห้องน้ำ(มีปัญหาตั้งแต่วางแปลนครั้งแรกและอนาคตก็ยังมีต่อไปอีกเรื่อยๆ เครียด) แต่โดยรวมไม่โดนแก้ในรื่องฟอร์มหรือรูปแบบการวางห้องของบ้าน เพราะทำแมสไม่เหมือนแปลน ต่อกลับกลายเป็นทางเดินที่ใส่แค่ทางเดียวของแมสทำให้ทิศทางการเข้าถึงดูชัดเจนและไม่สับสน

                              

                    ตรวจแบบต่อได้ไม่นาน ก็เริ่มทำผลงานที่จะจูรี่จริง!



                  รวบรวมผลงาน jury
















 แบบจำลอง



                   





             งานนี้ออกมาตั้งใจให้คอนเซ็ปคือ ที่ว่างภายในไหลออกสู่ภายนอก และภายนอกไหลเข้าสู่ภายในคือให้บริบทของสภาพแวดล้อมธรรมชาติสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่อยู่อาศัยของภายใน บ้านแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนของผู้อาศัย และส่วนของศิลปิน เชื่อมต่อด้วยทางเดินที่ล้อมรอบไปด้วยสวนและต้นไม้ แต่ละส่วนของบ้านสามารถรับวิวได้มากเกือบทุกห้อง หรือรับวิวชัดเจนในห้องที่ใช้สอยบ่อยๆ

เนื่องจากวิเคราะห์พื้นที่และบริบทรอบๆแล้ว พอว่าวิวที่สวยงามและดูโปร่งสบายตามากที่สุดอยู่ทางด้านหลังของตัวบ้าน ซึ่งเป็นทุ่งนาโล่งสบาย จึงทำบ้านให้รับกับวิวด้านหลังให้ได้มากที่สุด อีกทั้งปิดในด้านที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ งานนี้ตั้งใจวิเคราะห์ไซต์มากจริงๆ แต่กลับทำ site analysis ไม่ทัน (น้ำตาจะไหล)

              นำเสนอแล้ว ก็พบว่ามีปัญหาเรื่องเดิมๆอีกเช่นกันคือ ห้องน้ำ มีปัญหาในเรื่องของที่ตั้งของห้องน้ำไม่เหมาะสม เพราะแขกต้องเข้าไปใช้ในพื้นที่ที่ลึกเกือบจะส่วนตัวของบ้าน ยกตัวอย่างเช่น อย่างนิสิตแบบพวกเราไปทัศนศึกษาต่อแถวใช้เป็นสิบคนก็คงไม่เหมาะสม

              ในเรื่องของพื้นที่ของศิลปิน อาจไม่เพียงพอและติดกับพื้นที่จัดแสดง อาจดูวุ่นวายและไม่สงบ อีกทั้งคนภายนอกสามารถเข้าถึงส่วนของ private ได้ไม่อยาก (แต่จุดประสงค์จริงๆคือ จะจัดให้พื้นที่ของส่วนทำงาน และส่วนของจัดแสดงสามารถใช้งานได้ร่วมกัน โดยมีฉากแบ่งกั้น ถ้าจะใช้ก็พับเก็บ ไม่ใช้ก็กั้นไว้เพื่อความส่วนตัว เพราะศิลปินจะได้สามารถมองภาพผลงานของตัวเองได้ในบริเวณที่กว้าง) แต่กลายเป็นเหมือนไม่ล็อค space จนเหมือนกับ free space มากไป จนเหมือนไม่มีการจัดระเบียบอะไรแน่ชัด

                ครัวของป้าทับทิมที่ไว้พูดคุยกับคนที่แวะมาก็เช่นกัน เพราะการสร้างครัวปิดโดยมีแค่หน้าต่างเหมาะกับร้านค้ามากกว่า แขกที่สนิทในระดับหนึ่ง เพราะเวลาที่ป้าทับทิมอยู่ในครัวทำอาหารทำขนม ถ้าจะตะโกนออกมาคุยกับแขกภายนอกคงลำบากไม่น้อย


ประเมินตนเอง

                 เป็นงานที่เครียดกับ "ห้องน้ำ" มากๆถึงมากที่สุด ทั้งๆที่ยืมหนังสือจากห้องสมุดมาแล้ว ถามคนเยอะแยะมากมาย แต่ก็มีปัญหากับมันตั้งแต่ช่วงแรกถึงช่วงสุดท้าย (ขอเปลี่ยนชื่อบ้านหลังนี้เป็นอาถรรพ์ห้องน้ำ) รู้สึกเครียดเล็กน้อยเพราะพยายามแก้ไขแล้ว แต่ก็ยังพลาดในจุดอีกจุดแทน คือแก้ไขแล้วลืมในจุดสำคัญตรงนี้ตรงนั้นไป แก้ไขได้ไม่เคลียร์ปัญหาหมด
                  งานนี้เป็นงานสุดท้ายทั้งที่ตั้งใจจะทำงานเยอะๆให้มากกว่างานอื่น แต่ก็ทำไม่ค่อยทันอีกแล้ว รู้สึกว่าตัวเองยังคงทำงานช้าเหมือนเดิม ทั้งที่เริ่มเร็วแต่การทำงานช้ามาก เพราะมัวแต่แก้ไข ไม่ค่อยมั่นใจเลยทำอะไรช้าไปหมด แย่จริงๆ คอนเซ็ปต์ของงานนี้ทั้งที่ได้มาแต่ก็ดูงงๆ อธิบายรายละเอียดไม่ได้ดีอีกแล้ว ตอนพรีเซนต์จบคือจบ เกรดจะใกล้หมาหรือเฉียดแมวหรืออย่างไรก็ปล่อยมันไปเถิด น้ำตาจะไหล เอาเป็นว่าเต็มที่แล้วแต่ก็พลาดในจุดที่ตัวเองไม่น่าพลาด มันน่าเสียดายแล้วก็หงุดหงิดตัวเองแปลกๆจริงๆ

PROJECT 2 ll Shop house ll

วัตถุประสงค์

                   - เพื่อให้นิสิตฝึกทักษะการออกแบบโครงการที่เหมาะสมกับผู้ใช้ที่กำหนดและมีความสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่ตั้งโครงการ

                   - เพื่อให้นิสิตฝึกทักษะการออกแบบและการจัดองค์ประกอบ ที่คำนึงถึงความสัมพันธ์ของพื้นที่ว่างภายในพื้นที่กึ่งภายนอก และพื้นที่ว่างภายนอกอาคาร รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมและลำดับการเข้าถึงของกิจกรรมต่างๆ

                  - เพื่อให้นิสิตฝึกทักษะการแบ่งเขตพื้นที่ใช้สอย และการจัดความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอยโดยใช้แผนภูมิฟองสบู่ หรือแผนภูมิแสดงความสัมพันธ์ของพื้นที่ใช้สอย


             จบโปรเจ็คแรกไป ก็มาถึงโปรเจ็คที่สอง เริ่มต้นได้น่าสนใจอย่างมาก นั่นคือ "Shop house " เพราะสามารถเลือกทำได้หลากหลาย แต่กำหนดที่ตั้งโครงการไว้ ตรงบริเวณซอย K-ZY PLAZA

             จากการไปสำรวจพื้นที่บริเวณนั้น พบว่ามีร้านอาหารในซอยมากมาย และหอพักนิสิตแทบจะทุกซอย และทุกล็อตของพื้นที่ สังเกตเห็นบางหอมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ บางหอก็ไม่มี แต่กับจำนวนนิสิตที่อาศัยอยู่ที่หอบริเวณนี้ กับเครื่องซักผ้า และบริการซักรีด ถือว่าน้อยมากและไม่เพียงพอ จึงตัดสินใจทำ "ร้านซักรีด"

             ตั้งใจทำร้านซักรีด ที่เป็นร้านซักรีดครบวงจรและเสริม คือ บริการ ซัก อบ รีด ซักด่วน ซักแห้ง รีดอย่างเดียว รับซ่อมเสื้อผ้าที่ชำรุด ขายชุดนิสิตและแฮนด์เมดทำมือจากเศษผ้า พอได้ความคิดคร่าวๆ ก็เริ่มหาข้อมูล ศึกษาระบบของร้านซักรีดจากแฟรนไชส์ร้านซักรีดต่างๆ กิจกรรมต่างๆภายในร้าน ผังจัดร้าน รวมถึงระบบการทำงาน ศึกษาอุปกรณ์เสริมในการช่วยซักรีดคร่าวๆ เพื่อนำมาคำนวณเป็นพื้นที่ใช้สอยของแต่ละส่วน

หลังจากผ่านการตรวจแบบไปสองครั้ง ก็ทำแบบแรกออกมา เน้นดีไซน์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่เป็นการเคลื่อนที่หมุนของเครื่องซักผ้า ที่จะเหวี่ยงผ้าหมุนไปมาในเครื่อง ทำตึกเป็นทรงกลมในช่วงหน้า และทำระแนงสูง ทำองศาที่ต่างกัน แต่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับปลูกต้นไม้ รับแสงกันแดด และทำหน้าที่ให้ลมเข้าและออก ส่วนทางหลังเป็นส่วนของเซอร์วิส ที่จะเป็นส่วนของการทำงาน



แปลนของแมสหลังจากพัฒนามา 2 ครั้ง



แต่ไม่ผ่านทั้งหมด ด้วยเหตุผลที่ว่ายังไม่สามารถสื่อคอนเซ็ปได้ชัดเจน อีกทั้งรูปทรงยังเหมือนกับตึกแถวธรรมดา น่าจะสร้างฟอร์มที่น่าสนใจได้มากกว่านี้





จึงเริ่มทำแบบใหม่ทั้งหมดโดยนำเสนอในการตรวจ Final Jury โดยไม่ได้ผ่านการตรวจแบบกับอาจารย์ประจำกลุ่มสักครั้งเดียว ได้ผลงานออกเป็นบ้านที่มีฟอร์มวงกลมหมุนซ้อนกันต่างกันจากการหมุนของเครื่องซักผ้า




บทวิเคราะห์






ผลงานออกแบบ




















หุ่นจำลอง












ชั้น 1

.
 ชั้น 2

ประเมินตนเอง

                  เป็นงานที่หาข้อมูลส่วนที่เป็นระบบของร้านซักรีดมากจนไม่ได้สนรูปแบบของฟอร์ม ทำให้ฟอร์มมีลักษณะธรรมดา ไม่แปลกใหม่ มีเวลาคิดและเวลาการทำงานที่น้อยมาก เนื่องจากมีการตรวจแบบเพียงสามครั้ง และต้องแก้ไขแบบก่อนตรวจ Final Jury จึงไม่สามารถพัฒนางานได้มีประสิทธิภาพตามที่ตั้งใจไว้ แต่ก็คิดว่าสามารถจับคอนเซ็ปต์ได้ชัดขึ้นกว่าเดิม งานครั้งนี้มีข้อเสียข้อติเยอะ แต่ก็จัดอยู่ในเกณฑ์พึงพอใจกับเวลาคิดที่น้อยมาก แต่ต้องรีบทำงานให้ออกมาให้ตรงเวลาที่กำหนด

                  เรื่องฟอร์มคิดว่าเริ่มมาได้ถูกทางแล้ว อาจารย์ให้ความคิดเห็นว่า ถ้าลองเคลื่อนฟอร์มของห้องชั้นบนและชั้นล่างให้เหลื่อมกัน จะได้ฟอร์มที่ดูมีลักษณะเคลื่อนไหวอยู่มากกว่า ดังเช่น










                      อาจจะดีขึ้นก็เป็นได้ เนื่องจากเวลาที่จำกัดทำให้ได้ลืมคิดเรื่องในจุดๆนี้ไป เวลาในการดีไซน์ลูกเล่นความสวยงาม น้อยมากถึงมากที่สุด ถึงจะพอใจที่ทำได้เต็มที่ทั้งที่เวลาคิดน้อย แต่ก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี


PROJECT 1 ll ต้องรอด ll

วัตถุประสงค์

               -  ฝึกฝนทักษะความเข้าใจในเรื่องสัดส่วนมนุษย์
               -  ฝึกฝนทักษะความเข้าใจในเรื่องที่ว่างภายใน
               -  ฝึกฝนทักษะในการค้นคว้าข้อมูลจากห้องสมุดและสื่อออนไลน์
               -  สามารถวิเคราะห์ที่ว่างทางสถาปัตยกรรมที่สันพันธ์กับพฤติกรรมและสัดส่วนของมนุษย์
               -  ฝึกฝนทักษะการออกแบบสถาปัตยกรรมโครงสร้างไม้ ซึ่งสัมพันธ์กับบริบทแวดล้อม


          เป็นงานโปรเจ็คเริ่มต้นของวิชา Architectural design l งานนี้ต้องการให้ศึกษาเรื่องสัดส่วนของมนุษย์ และที่ว่างของภายใน ให้สัมพันธ์กันกับกิจกรรมและพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของตัวนิสิตเอง จากการจำลองสถานการณ์น้ำท่วม
         
           จากนั้นให้ออกแบบเป็นที่พักพิงชั่วคราวให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสถานการณ์น้ำท่วม (โดยที่ไม่มีน้ำประปาและไฟฟ้าใช้)

          จากโจทย์ที่ได้รับมา รู้สึกมีความสนใจและกระตือรือร้นในการทำมาก เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่ประเทศไทยเพิ่งประสบกับมหันตภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ แม้กระทั่งที่มหาลัยเกษตรศาสตร์ก็ท่วมจนต้องเลื่อนเปิดเทอมออกไป จึงไม่แปลกใจที่ได้รับโจทย์นี้เลย

           ได้ทำการค้นคว้าหาข้อมูลในเบื้องต้น ศึกษาความเป็นอยู่ของคนที่ประสบภัยน้ำท่วม เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบในครั้งนี้ (ซึ่งสามารถค้นคว้าข้อมูลได้มากมายเนื่องจากเป็นช่วงระยะที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงน้ำท่วมไปไม่นาน อีกทั้งบางแห่งยังท่วมอยู่ จึงได้ข้อมูลมากมายหลายช่องทาง)


         ในส่วนของผลงาน จัดทำเป็นสองส่วน ได้แก่

ส่วนบทวิเคราะห์




ส่วนงานออกแบบ



หุ่นจำลอง มาตราส่วน 1:50









ส่วนประเมินตัวเอง

         จากงานที่ได้รับในครั้งนี้ ได้ทำการค้นคว้าหาข้อมูลมากมาย ทั้งศึกษาแบบบ้านลอยน้ำแบบต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการทำแพง่ายๆโดยใช้วัสดุที่สามารถทำขึ้นใช้ได้ในสถานการณ์นั้นๆชั่วคราวก่อนได้  แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถนำข้อมูลที่หามามากมาย มาใส่เข้าเป็นรายละเอียดกับงานได้ทั้งหมด ตัวบ้านไม่ค่อยมีรายละเอียด และจุดที่นำเสนอแตกต่างเท่าไหร่  นำเสนอข้อมูลได้ไม่ครบ และไม่ทั่วถึง ไม่ละเอียด

วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

PROGRAM: 6.2 || Final Project ||

           
          จุดมุ่งหมายของปฏิบัติการ : เพื่อประมวลความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมา ฝึกฝนกระบวนการวิเคราะห์และทดลอง เพื่อสร้างสรรค์รูปทรงและที่ว่าง



           จากเทคนิคที่เลือกใช้ ประกอบกับคุณสมบัติของกระดาษนิตยสารสองชนิด พบว่าสามารถขึ้นเป็นรูปทรงได้ แต่กระดาษนิตยสาร B เมื่อถูกเจาะ ทำให้สูญเสียความแข็งแรงไป และเกิดการฉีกขาด ทำให้ไม่สามารถรักษาตำแหน่งโครงเส้นของนิตยสาร A ได้ 

 แบบที่ส่งอาจารย์ไประหว่างตรวจแบบซึ่งเข้าใจผิด
 
           ศึกษาหาวิธีการใหม่ในการขึ้นรูปของกระดาษนิตยสาร โดยหาวิธีการทดลองให้มีความแข็งแรงในการขึ้นรูปมากขึ้น และทำให้วัสดุสามารถยึดกันเองได้ดียิ่งขึ้น
 
           จึงได้ศึกษาการม้วน ของกระดาษนิตยสารใหม่ พบว่า ถ้ากระดาษนิตยสารยิ่งมีขนาดใหญ่ จะทำให้เส้นของกระดาษนิตยสารมีความหนามากขึ้นเท่านั้น ความหนาที่มากเกินไปเกิดข้อกำจัดหลายอย่างในการขึ้นรูปทรง จึงได้ลดขนาดกระดาษลง โดยการตัดครึ่งและพับตัดอีกครั้ง
 
            เมื่อม้วนพบว่าเส้นกระดาษนิตยสารได้ทรงกระบอกที่สั้นลง แต่มีความใหญ่โดยที่ข้างในกลวง สามารถรีดแบนได้

            จากการทดลองคุณสมบัติของวัสดุโดยปรับเปลี่ยนวิธีการม้วนใหม่ ทำให้ได้รูปทรงกระบอกที่มีคุณสมบัติแตกต่างไปจากเดิมจึงเลือกเทคนิคใหม่คือ การสาน
โดยใช้กระดาษนิตยสาร B เนื่องจากมีเนื้อกระดาษที่ฝืดกว่านิตยสาร A สามารถทานแรงและยึดกันซึ่งกันและกันโดยอาศัยความฝืด จึงคิดว่ามีความเหมาะสมมากกว่ากระดาษนิตยสาร A จึงเลือกนำมาใช้ร่วมกับเทคนิคนี้
 
            จากการทดลองพบว่า เกิดพื้นที่ระนาบที่ยึดติดกันค่อนข้างแน่น เนื่องจากกระดาษนิตยสารเืมื่อม้วน จะมีความหนาตรงกลางมากกว่าส่วนปลายทำให้เกิดการขัดกันและดึงกันมากกกว่า กระดาษแบนๆ
แต่ยังพบปัญหาเนื่องจากในการสาน เส้นสุดท้ายจะเป็นเส้นที่ค่อนข้างบางเนื่องจากเป็นส่วนของเส้นส่วนปลาย ทำให้หลุดออกได้ง่าย

             จึงได้ทำการศึกษาเทคนิคการสานแบบต่างๆเิพิ่มเติม และได้ทดลองใช้กระดาษนิตยสารสาน สุดท้ายเลือกดึงระบบของการสานพัดมาลดทอน นำใช้เพื่อเก็บความเรียบร้อยของเส้นไม่ให้หลุดออก อีกทั้งการสานของพัดสามารถเล่นกับรูปทรงของระนาบได้เล็กน้อย สามารถยึดกันได้ดีและแน่นหนามากขึ้น
 


             แต่ระหว่างการทำงาน เกิดปัญหาว่า งานมีขนาดใหญ่เกินไป การสานจึงไม่สามารถรับน้ำหนักได้ทั้งหมดจึงใช้ลวดช่วยในการพยุง ทำให้งานมีีความน่าสนใจลดน้อยลง
             จริงๆแล้ว ควรคิดในเรื่องการลดน้ำหนัก หรือการประคองตัวเองโดยใช้การสาน ไม่ก็เพิ่มความยาวจนงานสามารถโค้งลงมาได้ ทานน้ำหนักซึ่งกันและกัน แต่ในตอนนั้นด้วยเวลาจำกัด และการพัฒนางานช้าเกินไป จึงสามารถทำได้ออกมาในรูปแบบนี้ ซึ่งเราก็ทราบปัญหา ในงานนี้ และรู้จุดที่ควรปรับปรุง ในบทเรียนครั้งนี้ จะนำไปใช้กับงานหน้าต่อไป

PROGRAM: 6.1 || Final Project ||

        
         จุดมุ่งหมายของปฏิบัติการ : เพื่อประมวลความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนมา ฝึกฝนกระบวนการคิดวิเคราะห์และทดลอง เพื่อสร้างสรรค์รูปทรงและที่ว่าง

        ทดลองกับวัสดุหลายๆวัสดุเพื่อค้นหาวัสดุที่สามารถขึ้นรูปทรงและรับน้ำหนักตัวมันเองได้โดยแข็งแรงโดยวัสดุขั้นต้นที่ศึกษาคือ ไพ่กระดาษเคลือบพลาสติก และ ลวด นำ Unit Form มาเชื่อมกันด้วยเทคนิกต่างๆกัน ผูก สาน พับ สอด เกี่ยว ขัด 

กระบวนการศึกษาและพัฒนางาน

       ในตอนแรก ทดลองหาวัสดุที่สนใจและทดลองวิธีการขึ้นรูปตามคุณสมบัติของวัสดุนั้นๆ เนื่องจากพยายามเลี่ยงกระดาษ และวัสดุอื่นๆที่ถูกใช้กันเยอะ จึงเลือกวัสดุที่แปลกออกไป คือ ริบบิ้น ส่วนคู่ำที่ทำงานด้วยเลือกทิชชู่

ริบบิ้น

        ลองขึ้นรูปด้วยริบบิ้นดู พบว่าลักษณะของริบบิ้น สามารถบิด เมื่อบดแล้วสามารถโค้ง งอ นอกจากนี้ยังสามารถพับทบกันเป็นชั้นๆได้ แต่พอข้อเสียว่า มีราคาแพง และยังมีความแข็งแรงน้อยเกินไป

ทิชชู่

        เมื่อบิดแล้วสามารถขึ้นรูปได้เช่นกัน โดยสามารถโค้ง งอ และยึดกันไ้ด้ เกิดพื้นผิวแต่พบว่า เมื่อเวลาเปลี่ยนไปทิชชู่มีีความทนทานต่ำ ทำให้ลู่ลง และไม่สามารถคงรูปด้วยตัวเองได้


       เนื่องจากข้อด้อยทางวัสดุที่กล่าวมา ทำให้เปลี่ยนวัสดุใหม่ัทั้งหมด โดยเลือกเป็นกระดาษนิตยสารที่อ่านแล้ว

 
เลือก ใช้ กระดาษนิตยสาร เนื่องจากเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย และเป็นการนำนิตยสารที่ไม่ได้อ่านแล้ว นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งยังลดต้นทุนในการทำงานในส่วนของวัสดุอีกด้วย
เมื่อลอง ศึกษาดู พบกว่า กระดาษนิตยสารมีความเหนียว และมีเนื้อกระดาษที่แตกต่างกันไป โดยทำการศึกษานิตสารสองประเภท โดยมีคุณสมบัติต่างกันดังนี้
 
กระดาษนิตยสาร A  มีเนื้อกระดาษมัน และเนื้อกระดาษค่อนข้างบาง
กระดาษนิตยสาร ฺฺB  มีเนื้อกระดาษฝืดกว่านิตยสาร A และเนื้อกระดาษมีความหนา 
 
หลังจากนั้น เมื่อได้ทำการทดสอบความสามารถของกระดาษนิตยสารด้วยกระบวนการต่างๆ โดยนำกระดาษนิตยสารมาม้วนจากปลายสู่ปลายอีกด้าน กลายเป็นรูปทรงกระบอกเป็นเส้นๆ โดยลักษณะของเส้นนั้นจะมีความหนาและแข็งแรงมากตรงกลางเส้น และมีความอ่อนแอตรงส่วนปลายทั้งสองด้าน 
ซึ่งพบว่าสามารถเพิ่ม ความแข็งแรง และความเหนียวให้กับกระดาษนิตยสาร โดยกระดาษนิตยสารสองชนิดมีความสามารถและขีดจำกัดที่แตกต่างกันไปดังนี้
 
               กระดาษ นิตยสาร A เนื่องจากมีเนื้อกระดาษที่บางทำให้เกิดรูปทรงกระบอกที่เล็ก สามารถดัดงอได้เป็นเส้นโค้งต่างๆได้ แต่ไม่สามารถขัดกันได้เนื่องจากเนื้อกระดาษมีความมัน ทำให้ไม่สามารถยึดได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
               กระดาษนิตยสาร B เนื่องจากมีเนื้อกระดาษที่หนาทำให้เกิดรูปทรงกระบอกใหญ่ เนื้อกระดาษมีความแข็งมาก ทำให้ไม่สามารถดัดได้ แต่มีความแข็งแรงสูงมาก และสามารถขัดกันได้ดีเืนื่องจากมีเนื้อกระดาษที่ฝืด

จากการทดสอบ ทำให้พบว่ากระดาษนิตยสารทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันทางความสามารถและข้อจำกัด จึงจำแนกส่วนของการทำงานที่ต่างกันโดย
                กระดาษนิตยสาร A สามารถดัดได้ จึงใช้เส้นดัด และเรียงตัวกันเป็นรูปทรง
                กระดาษนิตยสาร B มีความแข็งแรงมาก ใช้รับน้ำหนักเป็นโครงหลัก

จากนั้นนำกระดาษนิตยสารทั้งสองชนิดมาประกอบกันโดยวิธีการเจาะ โดยเลือกเจาะกระดาษนิตยสาร B และใส่กระดาษนิตยสาร A ที่ดัดเป็นทรงแล้ว รวมกันให้เกิดเป็นรูปร่าง





PROGRAM: 5.3 || Symbolic Meaning / 3-Dimension / Environment ||

          
          จุดมุ่งหมายของปฏิบัติการ: เพื่อให้นิสิตฝึกฝน ออกแบบที่ว่าง จากการศึกษารูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงเปิดในสองปฏิบัติการที่ผ่านมา ในลักษณะรูปทรงสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ และที่ว่างสามมิติ ตลอดการนำความรู้ไปออกแบบสถาปัตยกรรมเบื้องต้น


เลือกสถานที่วาง : โถงไข่

                 พยายามลดความหนักให้กับตัวโมเดล โดยการ ตัดส่วนตรงกลางออกเหลือแต่เส้นสาย ตามหลักการสานของดอกทานตะวันดังเดิม แต่มีการตัดทอนเส้นออกไปบางเส้น เป็นทั้งหมด 4 ตำแหน่ง เพื่อให้คนสามารถ เข้าไปใช้สอยพื้นที่ที่เกิดขึ้นได้มากขึ้น  มีส่วนเว้าลงตรงกลาง ซึ่งล้อกับสถานที่ที่เลือกคือโถงไข่

PROGRAM: 5.2 || Meaning / Open Form / Lighting ||

สืบเนื่องจากปฏิบัติการที่ 5.1: Natural Form/ Meaning & Technique 


       ในปฏิบัติการนี้ จะนำการวิเคราะห์ทั้งหมดที่ได้จาก5.1 มาสร้างเป็นรูปทรงแบบOpen Form โดยสร้างเป็นลักษณะโคมไฟ โดยรูปทรงต้องเอื้ออำนวยต่อการถอดเปลี่ยนหลอดไฟ

      เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก 5.1 โดยที่นำเอามาทำเป็นโคมไฟ โดยนำลักษณะเด่นๆที่ได้ทำมาใน 5.1 นำมาเพิ่ม Space เพื่อใส่หลอดไฟ และต้องคิดคำนึงถึงความสวยงามของ แสง และ เงาที่จะตกทอด เมื่อเปิดไฟขึ้นมา 





โดยงานนี้พัฒนาจากแนวคิดการเรียงตัวของดอกย่อยวงใน ผ่านการขัดสานยึดกันของเส้นสาย โดยไม่ใช้กาว 


ขณะเปิดไฟ


                เนื่องจากการสาน จะมีช่องว่างเกิดขึ้นไล่เป็นละดับ ไล่ความหนาแน่นจากด้านนอก และจะหนาแน่นน้อยที่สุดของด้านใน ทำให้ด้านในมีแสงออกมามากกว่าด้านรอบนอก ไล่ระดับไปเรื่อยๆ ซึ่งการไล่ระดับของแสงนี้เกิดจากระบบการสาน


PROGRAM: 5.1 || Natural Form / Meaning&Technique ||



        จุดมุ่งหมายของปฏิบัติการ: เพื่อให้นิสิตแสดงความคิดสร้างสรรค์ ฝึกทักษะการสื่อความหมายผ่านการสร้างงานสามมิติ โดยการศึกษารูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงเปิด โดยใช้เทคนิกการจัดองค์ประกอบของรูปทรงที่ว่าง และความสัมพันธ์องค์รวมระหว่างองค์ประกอบต่างๆ รวมทั้งฝึกฝนทักษะการออกแบบที่ว่าง จากการวิเคราะห์รูปทรงธรรมชาติ และรูปทรงเปิด

- ทานตะวัน ( Sunflower) -


ศึกษาลักษณะของทานตะวัน
                        ทานตะวันเป็นพืชดอกประเภทช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น มีตำแหน่งของรังไข่อยู่บริเวณเหนือฐานรองดอก  ผล(เมล็ด) เป็นผลกลุ่ม มีการเจริญเติบโตแบบชูใบเลี้ยงโผล่พ้นดิน แบ่งส่วนประกอบของดอกย่อยได้ดังนี้
                       - ดอกย่อยวงนอก : : ลักษณะ สีเหลืองจนถึงส้ม ล้อมรอบดอกย่อยชั้นในโดยซ้อนเรียงกัน  
                                                        เป็นหมัน 
                       - ดอกย่อยวงใน   : :  ลักษณะเล็กๆ เรียงตัวเป็นวง เป็นดอกสมบูรณ์เพศ
                                         

              ในครั้งแรก สนใจรูปแบบของทานตะวันโดยรวมที่แยกส่วนประกอบเป็น ดอกย่อยวงในและดอกย่อยวงนอก แต่พบว่าเป็นการรวมรูปแบบที่่ค่อนข้างหลากหลาย ทำให้ดูไม่มีจุดเด่นในองค์รวม



ศึกษาเพิ่มเติมจากโครงสร้างดอกย่อยวงในพบว่า มีการเรียงตัวของเส้นสายที่น่าสนใจ

การเรียงตัวของเส้นสายของดอกย่อยวงใน


เนื่องจากสนใจการเรียงตัวของดอกย่อยวงใน จึงได้ดึงระบบของเส้นสายของดอกย่อยวงในออกมาเป็นจุดเรียงตัวตามวงๆ


จึงสรุปออกมาแยกได้เป็นสองโมเดลตัวอย่างดังนี้



MODEL1



MODEL2 : ไม่มีรูปภาพ

แนวคิด : แสดงถึงการเรียงตัวของดอกย่อยวงใน ผสมกับรูปแบบของตัวดอกทานตะวัน

เป็นงานที่เกิดจากการสาน โดยอาศัยเส้นของการเรียงตัว ขัดทับกันเรียงตัวไปเรื่อยๆตามจำนวนเส้น งานนี้ไม่ต้องใช้กาว ก็สามารถยึดอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ตัวงานยังมีความเป็นระนาบอยู่